เทคนิคและวิธีการใช้ CUEPOINT หรือ HOT CUE สำหรับดีเจให้ได้ประโยชน์สูงสุด

“การเตรียมตัวก่อนการแสดงให้ดีที่สุดจะนำไปสู่การแสดงของดีเจที่ดีที่สุด” ถ้าหากคุณเป็นดีเจที่มีความเชื่อเช่นนั้น การเตรียมตัวก่อนการแสดงโดยการใช้ cuepoint หรือ hot cue อย่างถูกวิธีจะสามารถนำไปสู่ความสำเร็จในการแสดงได้อย่างแน่นอน การใช้ cuepoint นั้นจะช่วยให้คุณพัฒนาความสามารถในการแสดงได้ดีขึ้น เราสามารถแบ่งการใช้ cuepoint โดยหลักๆ ได้เป็นสองประเภท คือการใช้ cuepoint เพื่อกำหนดจุดอ้างอิงต่างๆในแต่ละส่วนของเพลงว่าส่วนไหนเป็นส่วนไหน หรือการใช้ cuepoint เพื่อใช้เป็นเครื่องมือช่วยในการแบ่งส่วนต่างๆของเพลงเป็นจุดๆ ซึ่งเราสามารถจะนำไปใช้สร้างสรรค์ในการ mix set ของเราได้

การตั่ง cuepoint ตามจุดต่างๆดังต่อไปนี้จะช่วยให้คุณ mix ได้ดีขึ้น เพราะคุณจะสามารถรู้จุดต่างๆของเพลงได้อย่างรวดเร็ว ว่าส่วนไหนเป็นส่วนไหน ส่วนที่สำคัญต่างๆในเพลงมีดังนี้

1. beat แรกของเพลงอยู่ที่ไหน
2. จุดไหนของเพลงคือจุดที่เราควรจะเริ่มเล่น หรือเริ่ม mix เพลงนี้เข้าไปกับเพลงที่กำลังเล่นอยู่
3. ตรงไหนเป็นจุดที่เพลงเริ่มมีท่อนร้องหรือ vocal หรือ จุดไหนที่เริ่ม bass line หรือจุดไหนที่ part หลักของเพลงนั้นเริ่มต้น และ
4.จุดสุดท้าย จุดไหนที่เราควรเริ่ม mix เพลงใหม่เข้าหรือ mix เพลงที่เล่นอยู่ให้เสร็จ (mix out point)

ในแต่ละโปรแกรมก็จะมีการ set cuepoint ที่แตกต่างกันไปครับ เช่นโปรแกรม Traktor ก็จะมี beatgrid ให้เราตั้ง และสามารถกำหนดได้ว่าจุดไปเป็นจุดเริ่มต้อนของเพลงเมื่อเราโหลดเพลงขึ้นมาใน Deck จุดนี้เรียกว่า Load Marker ตามรูปด้านล่างครับ

loadmarker
load marker

และนอกจากนั้นเราสามาถกำหนดจุด Fade In/ Face Out point ได้ด้วย เจ้าตัว Fade In/ Face Out point นี่แหละครับจะเป็นตัวที่บอกให้เรารู้ว่าจุดไหนที่เราควร mix เข้า (Mix in) หรือ Mix ออกจากเพลง (Mix out)ได้ดีที่สุด

fade in and fade out point
Fade In/ Face Out point

นอกจุดต่างๆ ที่เรากำหนดโดยการใช้ Beat Grid ที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมด เรายังสามารถต้อง hot cue เพิ่มเติม ซึ่งจะเป็นจุดที่เราจะสามารถเรียกเล่นได้อย่างรวดเร็วเพื่อให้เกิดการสร้างสรรค์มากขึ้น เช่นการกำหนด hot cue ดังต่อไปนี้

1. Note Jumping หรือการกำหนดจุด cue point ไปที่ตัวโน้ตแต่ละตัว หรือคำร้องแต่ละคำในเพลงหนึ่งเพลง และเรียกใช้ระหว่างการเล่น mix set ของเราเพื่อทำให้เพลงมีเอกลักษณ์ (การเล่นแบบนี้เรียกว่า cue point juggling)
2. Phrase Jumping คือการกำหนดส่วนต่างของเพลงตามความเข้าใจของเราเช่น จุด Intro, verse, breakddown, ท่อน drop, ท่อนพีคสุดของเพลง หรือ outtro เพื่อเรียกใช้ในภายหลัง

และสุดท้ายคือการเซฟ loop ต่างๆ ที่เรากำหนดไว้ใน hot cue และนำไปใช้ภายหลัง สามารถดู clip นี้เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้นครับ

จาก clip ด้านบนจะเห็นว่า Ean Golden กูรู Traktor แห่ง DJTechtools.com  เค้ากำหนด loop ในจุดต่างๆเอาไว้ก่อน อาจจะเป็น loop ขนาดเล็ก (1/2 หรือ 1 beat) และนำมาเล่นใน set ได้อย่างสร้างสรรค์ครับ นอกจากนี้เราสามาถใช้ FLUX MODE ใน Traktor เพิ่มเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ hot cut ต่างๆ ได้ดียิงขึ้นอีกด้วย

ทางผู้เขียนหวังว่าบทความนี้จะสามรถช่วยคุณผู้อ่านได้ไม่มากก็น้อย หากมีคำแนะนำหรือติชมหรืออยากให้เขียนอะไรเพิ่มเติมอีก ยินดีรับฟังทุก comment ครับ

Credit: http://www.djtechtools.com